เจสซี่ ลินการ์ด : จากลูกหม้อของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สู่กำลังสำคัญของเวตส์แฮม ยูไนเต็ด

เจสซี่ ลินการ์ด กองกลางตัวรุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีชื่อเต็มว่า เจสซี่ เอลลิส ลินการ์ด เกิดวันที่ 15 ธันวาคม 1992 ที่เมืองวอร์ริงตัน ประเทศอังกฤษ ชีวิตในวัยเด็กของเขาก็เหมือนกับเด็กผู้ชายคนอื่นๆ ที่มีความหลงใหลในกีฬาฟุตบอลอย่างสุดหัวใจ และทีมในดวงใจของเขาก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลินการ์ดมีความสามารถในการเล่นฟุตบอลตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก  เขาเล่นฟุตบอลเก่งที่สุดในโรงเรียน ครอบครัวของเขาให้การสนับสนุน ลินการ์ด ในการเล่นฟุตบอล โดยในช่วงแรก เขาส่งลินการ์ด ไปเข้ารับการฝึกฝนในอคาเดมี่ ที่ชื่อ Penketh United แต่หลังจากนั้น ในปี 2000 เมื่อเขามีอายุ 7 ขวบ เขาก็ได้มาทดสอบฝีเท้ากับอคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และหลังจากนั้นเขาก็ได้เข้ามาเป็นนักเตะเยาวชนของที่นี่

ในวัยเด็ก ลินการ์ด เป็นเด็กที่มีรูปร่างเล็ก แต่เขาก็เป็นนักเตะที่มีความเร็ว ว่องไว และมีทักษะด้านฟุตบอลที่เรียกว่าเป็นพรสวรรค์ส่วนตัวของเขา ทำให้เขามีฝีเท้าที่เหนือกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ในช่วงที่เขาเล่นในทีมเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาก็ทำการฝึกฝนอย่างจริง ทำให้ลินการ์ดสามารถพัฒนาทักษะการเล่นฟุตบอลของเขาให้เก่งกาจมากกว่าเดิม จนลินการ์ดกลายเป็นนักเตะในทีมเยาวชนที่เริ่มมีชื่อเสียงและถูกจับตามอง

ในปี 2011 ลินการ์ด ก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ก็ยังไม่มีโอกาสลงสนามเนื่องจากในตอนนั้น ลินการ์ดยังมีอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น ซึ่งมองว่าเขายังขาดประสบการณ์อยู่ ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความคิดที่จะให้ ลินการ์ดออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และเพิ่มโอกาสในการลงสนาม ในปี 2012 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงตัดสินใจปล่อย ลินการ์ดให้ไปเล่นกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในตอนนั้นเล่นอยู่ในลีกแชมเปียนชีป ด้วยสัญญายืมตัว โดยมีระยะเวลา 1 ปี

ซึ่งเมื่อ ลินการ์ด ย้ายไปเลสเตอร์ ซิตี้ เขามีความต้องการที่จะลงสนามจริงเป็นอย่างมาก และลินการ์ดก็ได้ลงสนามเป็นครั้งแรก ด้วยการเป็นตัวสำรอง ในเกมที่พบกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ และหลังจากนั้นเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และก้าวเข้ามายึดตำแหน่งตัวจริงของเลสเตอร์ ซิตี้ในทันที และจากผลงานอันยอดเยี่ยมของเขา ทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องการที่จะขยายสัญญายืมตัวออกไป แต่แล้วโชคก็ไม่เข้าข้างเขา เมื่อลินการ์ดได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก จนทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ จำเป็นต้องส่งตัวเขากลับไปยังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อที่เขาจะได้เข้ารับการรักษา ทำให้เขาหมดโอกาสที่จะเล่นให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ต่อไป

และหลังจากพักรักษาตัวจนหายดีแล้ว ในปี 2013 ลินการ์ดก็สามารถกลับมาฝึกซ้อมได้อีกครั้ง แต่เขาก็ยังไม่มีโอกาสที่จะขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ ทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือในขณะนั้น ได้ตัดสินใจหาโอกาสในการลงสนามให้กับเขา ด้วยการปล่อยตัวเขาไปเล่นกับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ด้วยสัญญายืมตัว

ในฤดูกาล 2013-2014 ลินการ์ดย้ายมาร่วมทีม เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ซึ่งในตอนนั้นต้องการ ลินการ์ดมาเพื่อให้ช่วยพาทีมขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกให้ได้ และการเข้ามาร่วมทีมของเขา ก็ไม่ทำให้ เบอร์มิงแฮม ผิดหวัง เขาสามารถระเบิดฟอร์มอันร้อนแรงช่วยพาทีมเข้าถึงรอบเพลย์ออฟในเกมชิงแชมป์ ถึงแม้ว่าสรุปแล้วเบอร์มิงแฮมจะพบกับความพ่ายแพ้ และต้องเล่นในแชมเปียนชีปต่อไป แล้วด้วยสถิติของเขาแล้วก็เรียกว่ายอดเยี่ยมอย่างมาก เขาทำได้ 6 ประตูจากการลงสนาม 13 นัด

หลังจากจบฤดูกาล ลินการ์ดกลับไปยังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกครั้ง ด้วยความหวังที่จะได้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ แต่เนื่องจากในตอนนั้น ในตำแหน่งกองกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลกจำนวนมาก ทำให้โอกาสของเขาแทบไม่มีเลย และแล้ว ลินการ์ดก็ถูกปล่อยไปเล่นกับ ไบร์ทตัน ด้วยสัญญายืมตัว ในฤดูกาล 2014-2015 และที่นี่ลินการ์ดกลายมาเป็นตัวหลักของทีม และสามารถทำผลงานได้ดี โดยการลงสนาม 15 นัด ทำไป 3 ประตู แต่ก็ไม่สามารถพาทีมเลื่อนชั้นได้

ในฤดูกาล 2015-2016 ลินการ์ด ก็ได้ออกเดินทางอีกครั้ง เมื่อเขาต้องไปเล่นให้กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ด้วยสัญญายืมตัว และที่นี่เขากลายมาเป็นนักเตะคนสำคัญภายในทีม เป็นศูนย์กลางในเกมรุกของทีม รับหน้าที่ทั้งยิง ฟรีคิกและเตะมุม และเขาก็ไม่สามารถพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมายังพรีเมียร์ลีกได้

และแล้วโอกาสของลินการ์ดก็มาถึงเมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียกเขากลับมาเพื่อทำการฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเล่นในทีมชุดใหญ่ ซึ่งลินการ์ด ก็มุ่งมั่น ตั้งใจฝึกซ้อม จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้สำเร็จ

ในปี 2016 เป็นปีที่เขามีโอกาสลงสนามได้อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเขาลงสนามไปทั้งหมด 41 นัด ทำไป 7 ประตู 4 แอสซิสต์ และเกมสำคัญคือเกมในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ที่พบกับ คริสตัล พาเลซ ลินการ์ดสามารถยิงประตูให้กับทีมได้ ก่อนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

ในช่วงนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้จัดการทีมมาเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ เขาก็ยังเป็นผู้เล่นตัวหลักมาได้ตลอด ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และเป็นนักเตะที่มีส่วนสำคัญของทีม ในฤดูกาล 2016-2017 เขาสามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ คาราบาวคัพ และแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ได้

ในฤดูกาล 2017—2018 เขาก็ยังทำผลงานได้ดี โดยลงสนามไป 48 นัด ทำไป 13 ประตู 7 แอสซิสต์ และจบด้วยการเป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีม ลินการ์ดก็ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวหลักของทีม

ฤดูกาล 2019-2020 ลินการ์ด เริ่มมีปัญหาส่วนตัวจนส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของเขา และทำให้เขาขาดความมั่นใจในการลงสนาม และในที่สุดเขาก็หลุดไปเป็นตัวสำรอง และแล้ว ลินการ์ด ก็ลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง เขากลับมาตั้งใจฝึกฝน ขยันซ้อม และมีวินัยมากขึ้น แต่เขาก็ยังไม่มีโอกาสกลับมาเป็นตัวหลักของทีม จนมีข่าวออกมาว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะปล่อยตัวออกไป และแล้วในปี 2021 ลินการ์ด ก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว เพื่อหาโอกาสกลับมาโดดเด่นในวงการลูกหนังอีกครั้ง และในตอนนี้เขากำลังทำผลงานได้ดีกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และกลายมาเป็นกำลังสำคัญให้กับทีม และพาทีมมีลุ้นไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้าอีกด้วย

สำหรับผลงานในทีมชาติอังกฤษ เขาติดทีมชาติเยาวชนครั้งแรกในชุดอายุไม่เกิน 17 ปี ในปี 2008 และติดทีมชิตชุดใหญ่ ในปี 2016